Browse By

เทควันโดในยุคโซเชียล นักกีฬากับการสร้างตัวตน

เทควันโดในยุคโซเชียล นักกีฬากับการสร้างตัวตน หากย้อนกลับไปในอดีต นักเทควันโดจะถูกจดจำจากผลงานในสนามเป็นหลัก ชื่อเสียงเกิดจากเหรียญรางวัล รายการใหญ่ และการติดทีมชาติ แต่ในยุคปัจจุบัน ภาพนั้นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อโลกของโซเชียลมีเดียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักกีฬา การแข่งขันไม่ได้เกิดขึ้นแค่บนเบาะ แต่เกิดขึ้นบนหน้าจอมือถือของผู้ชมทั่วโลกด้วย เทควันโดในยุคโซเชียล จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของแต้ม คะแนน หรือแรงกิ้ง แต่คือการสร้าง “ตัวตน” ของนักกีฬาให้เป็นที่จดจำ เชื่อมโยงกับแฟนกีฬา และต่อยอดโอกาสในเส้นทางอาชีพ บทความนี้จะพาไปสำรวจว่า โซเชียลมีเดียเปลี่ยนบทบาทของนักเทควันโดอย่างไร และการสร้างตัวตนมีความสำคัญต่อกีฬานี้เพียงใด จากนักกีฬาในสนาม สู่บุคคลสาธารณะ ในอดีต นักเทควันโดระดับโลกอาจเป็นที่รู้จักเฉพาะในกลุ่มแฟนกีฬา แต่ในยุคโซเชียล นักกีฬาสามารถสื่อสารกับผู้ชมโดยตรง ผ่านคลิปฝึกซ้อม ชีวิตประจำวัน หรือมุมมองเบื้องหลังการแข่งขัน โซเชียลมีเดียเปลี่ยนนักกีฬาให้กลายเป็น “บุคคลสาธารณะ” ที่มีเรื่องราว มีตัวตน และมีอิทธิพลต่อผู้ติดตาม มากกว่าการเป็นเพียงชื่อในตารางผลการแข่งขัน เทควันโดกับภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น เทควันโดเคยถูกมองว่าเป็นกีฬาที่จริงจัง เคร่งครัด และเข้าถึงยาก แต่คอนเทนต์บนโซเชียลช่วยลดช่องว่างนี้ลง นักกีฬาเผยให้เห็นด้านที่เป็นมนุษย์มากขึ้น

เสื้อเกราะอัจฉริยะ เปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันเทควันโดอย่างไร

เสื้อเกราะอัจฉริยะ เปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันเทควันโดอย่างไร หากย้อนกลับไปดูการแข่งขันเทควันโดในอดีต เราจะเห็นภาพการปะทะที่เน้นพลัง การเตะหนัก และการตัดสินด้วยสายตาของกรรมการเป็นหลัก แต่เมื่อ เสื้อเกราะอัจฉริยะ หรือเกราะอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำมาใช้ เทควันโดก็เข้าสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง รูปแบบการแข่งขัน กลยุทธ์ และวิธีการฝึกของนักกีฬาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เสื้อเกราะอัจฉริยะไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย แต่เป็น “ตัวกำหนดเกม” ที่มีผลต่อการให้คะแนนและทิศทางของการแข่งขันในระดับโลก บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า เสื้อเกราะอัจฉริยะเข้ามาเปลี่ยนเทควันโดอย่างไร และเหตุใดนักกีฬายุคใหม่จึงต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีนี้ การเข้ามาของ เสื้อเกราะอัจฉริยะ (PSS – Protector and Scoring System) ได้ปฏิวัติวงการเทควันโดจาก “ศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิม” ให้กลายเป็น “กีฬาวิทยาศาสตร์” อย่างเต็มตัว โดยในปี 2026 เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนใน 4 ด้านหลัก ดังนี้ครับ: 1. เปลี่ยนจาก “ความรุนแรง” เป็น “ความแม่นยำ” 2. กำเนิดสไตล์การต่อสู้แบบ “ขาหน้า”

เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ กับการตัดสินเทควันโด

เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ กับการตัดสินเทควันโด หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของเทควันโดสมัยใหม่ คือการนำ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามามีบทบาทในการตัดสินการแข่งขัน จากเดิมที่อาศัยสายตาและดุลยพินิจของกรรมการเป็นหลัก สู่ระบบที่ใช้เซนเซอร์และข้อมูลดิจิทัลเข้าช่วยตัดสินผลอย่างเป็นรูปธรรม การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงยกระดับความยุติธรรมของการแข่งขัน แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบการเล่น กลยุทธ์ของนักกีฬา และประสบการณ์ของผู้ชมทั่วโลก บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเปลี่ยนการตัดสินเทควันโดอย่างไร และเหตุใดจึงกลายเป็นหัวใจของเทควันโดในยุคปัจจุบัน ปัญหาการตัดสินในอดีต จุดเริ่มต้นของเทคโนโลยี ในอดีต การตัดสินเทควันโดพึ่งพากรรมการข้างสนามเป็นหลัก การให้คะแนนต้องอาศัยความรวดเร็วและความแม่นยำของสายตา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดข้อโต้แย้ง โดยเฉพาะในจังหวะที่รวดเร็วหรือการปะทะพร้อมกัน ปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของการแข่งขัน และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยตัดสินอย่างเป็นระบบและโปร่งใสมากขึ้น ระบบเกราะอิเล็กทรอนิกส์ จุดเปลี่ยนของการให้คะแนน การนำ เกราะอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Hogu) มาใช้ คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเทควันโด ระบบนี้ฝังเซนเซอร์ไว้ในเกราะ เพื่อจับแรงและตำแหน่งของการเตะ เมื่อแรงกระแทกถึงเกณฑ์ที่กำหนด ระบบจะบันทึกคะแนนโดยอัตโนมัติ การตัดสินแบบนี้ช่วยลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ และทำให้คะแนนที่ได้มีความชัดเจน ตรวจสอบได้ และยุติธรรมมากขึ้น เฮดการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ กับความแม่นยำของแต้มศีรษะ นอกจากเกราะลำตัว การพัฒนา เฮดการ์ดอิเล็กทรอนิกส์

เทควันโดกับภาพลักษณ์ Soft Power ของเกาหลีใต้

เทควันโดกับภาพลักษณ์ Soft Power ของเกาหลีใต้ เมื่อพูดถึง Soft Power ของ เกาหลีใต้ ภาพที่คนทั่วโลกนึกถึงมักเป็น K-Pop ซีรีส์เกาหลี หรือภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จระดับสากล แต่ก่อนที่กระแสวัฒนธรรมร่วมสมัยเหล่านี้จะโด่งดังไปทั่วโลก เกาหลีใต้มี “พลังอ่อน” รูปแบบหนึ่งที่เดินทางข้ามพรมแดนมานานแล้ว นั่นคือ เทควันโด เทควันโดไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นเครื่องมือทางวัฒนธรรมที่ทรงพลัง เป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ชาติ และเป็นภาษาสากลที่เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายประเทศเข้ากับเกาหลีใต้โดยไม่ต้องใช้คำพูด บทความนี้จะพาไปสำรวจว่า เทควันโดมีบทบาทอย่างไรในการสร้างภาพลักษณ์ Soft Power ของเกาหลีใต้ และเหตุใดกีฬานี้จึงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าที่สุดของประเทศ Soft Power คืออะไรในบริบทของเกาหลีใต้ Soft Power หมายถึงความสามารถในการสร้างอิทธิพลและความนิยมผ่านวัฒนธรรม ค่านิยม และภาพลักษณ์ มากกว่าการใช้อำนาจทางการเมืองหรือเศรษฐกิจโดยตรง เกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้ Soft Power ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในโลก เทควันโดคือ Soft Power

เทควันโดหญิง บทบาทที่เติบโตในเวทีโลก

เทควันโดหญิง บทบาทที่เติบโตในเวทีโลก ในอดีต เทควันโดมักถูกมองว่าเป็นกีฬาที่เหมาะกับผู้ชาย เนื่องจากภาพลักษณ์ของความแข็งแรง การปะทะ และพลังทางร่างกาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป บทบาทของ “เทควันโดหญิง” ได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนกลายเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของเวทีการแข่งขันระดับโลก ทั้งในแง่ผลงาน ความนิยม และอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ของกีฬาเทควันโดโดยรวม ปัจจุบัน นักเทควันโดหญิงไม่เพียงแข่งขันเคียงข้างนักกีฬาชายอย่างเท่าเทียม แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทั่วโลกกล้าเข้าสู่โลกของกีฬาอย่างมั่นใจ บทความนี้จะพาไปสำรวจการเติบโตของเทควันโดหญิง บทบาทในเวทีโลก และเหตุผลที่กีฬานี้กลายเป็นพื้นที่สำคัญของพลังผู้หญิงในยุคใหม่ จุดเริ่มต้นของเทควันโดหญิงบนเวทีสากล ในช่วงแรกของการพัฒนาเทควันโดระดับนานาชาติ การแข่งขันหญิงยังมีจำนวนจำกัด และไม่ได้รับความสนใจเทียบเท่าประเภทชาย แต่เมื่อกติกาและระบบการแข่งขันเริ่มเป็นมาตรฐานภายใต้การดูแลของ World Taekwondo เทควันโดหญิงก็ได้รับโอกาสอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น การเปิดรุ่นน้ำหนัก การจัดการแข่งขันระดับโลก และการผลักดันความเท่าเทียม ทำให้จำนวนนักเทควันโดหญิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับคุณภาพการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โอลิมปิก จุดเปลี่ยนสำคัญของเทควันโดหญิง การบรรจุเทควันโดหญิงอย่างเป็นทางการใน Olympic Games คือก้าวสำคัญที่ยืนยันบทบาทของผู้หญิงในกีฬานี้ โอลิมปิกไม่ได้เป็นเพียงเวทีแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่ที่แสดงให้โลกเห็นว่า เทควันโดหญิงมีความเข้มข้น ความสวยงาม และคุณค่าทางกีฬาไม่แพ้ประเภทชาย

เทควันโดกับการพัฒนา สู่กีฬาอาชีพ

เทควันโดกับการพัฒนา สู่กีฬาอาชีพ ในอดีต เทควันโดมักถูกมองว่าเป็นศิลปะการต่อสู้เพื่อการป้องกันตัว การฝึกวินัย หรือกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพ แต่เมื่อกีฬานี้ก้าวเข้าสู่เวทีนานาชาติอย่างจริงจัง เทควันโดได้เปลี่ยนบทบาทจาก “กิจกรรมการฝึก” ไปสู่ “กีฬาอาชีพ” ที่มีระบบการแข่งขัน รายได้ และเส้นทางอาชีพชัดเจนมากขึ้น เทควันโดกับการพัฒนา การพัฒนาสู่กีฬาอาชีพไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นเท่านั้น แต่เกิดจากการยกระดับโครงสร้างทั้งระบบ ตั้งแต่การฝึกเยาวชน วิทยาศาสตร์การกีฬา การจัดการนักกีฬา ไปจนถึงภาพลักษณ์ในสายตาผู้ชมทั่วโลก บทความนี้จะพาไปสำรวจว่า เทควันโดพัฒนาเข้าสู่กีฬาอาชีพได้อย่างไร และนักกีฬาต้องเตรียมตัวด้านใดบ้างบนเส้นทางนี้ จากศิลปะการต่อสู้สู่กีฬามาตรฐานสากล จุดเปลี่ยนสำคัญของเทควันโด คือการถูกจัดระเบียบให้เป็นกีฬาสากลภายใต้การกำกับของ World Taekwondo ซึ่งกำหนดกติกา มาตรฐานการแข่งขัน และระบบแรงกิ้งที่ชัดเจน การมีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ทำให้เทควันโดสามารถพัฒนาเป็นกีฬาที่วัดผลได้อย่างยุติธรรม เปิดโอกาสให้นักกีฬาจากทุกประเทศแข่งขันกันบนเวทีเดียว และวางรากฐานสำคัญสำหรับการเป็นกีฬาอาชีพ โอลิมปิก จุดยืนยันสถานะกีฬาอาชีพ เมื่อเทควันโดถูกบรรจุใน Olympic Games อย่างเป็นทางการ ภาพลักษณ์ของกีฬานี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เทควันโดไม่ได้เป็นเพียงศิลปะการต่อสู้เชิงวัฒนธรรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นกีฬาที่มีเกียรติยศระดับสูงสุด

เทคนิคการตีลูก หรือ Batting คือศิลปะที่ผสมผสานระหว่างร่างกาย

เทคนิคการตีลูก หรือ Batting คือศิลปะที่ผสมผสานระหว่างร่างกาย จังหวะ และความคิดอย่างลึกซึ้ง ในเบสบอลระดับสูง การตีลูกไม่ใช่แค่การเหวี่ยงไม้ให้โดนบอล แต่คือการควบคุม Timing การกำหนด Swing Plane และการสร้าง Power อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เล่นที่ตีเก่งจริงจะสามารถสร้างโอกาสทำ Run ให้ทีมได้สม่ำเสมอ แม้จะไม่ได้ตีโฮมรันทุกครั้งก็ตาม บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกเทคนิคการตีลูกในมุมที่เข้าใจง่าย แต่ใช้ได้จริง ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงแนวคิดระดับสูง เพื่อให้ทั้งผู้เล่นและผู้ชมสามารถอ่านเกมรุกได้ลึกขึ้น และเข้าใจว่าทำไมผู้ตีระดับอาชีพจึงแตกต่างจากผู้เล่นทั่วไปอย่างชัดเจน พื้นฐานของการตีลูกที่ถูกต้องก่อนจะพูดถึง Timing หรือ Power สิ่งสำคัญที่สุดคือพื้นฐานการตีที่มั่นคง ผู้ตีต้องมีท่ายืนที่สมดุล เท้าทั้งสองวางมั่นคง น้ำหนักตัวพร้อมถ่ายไปด้านหน้าในจังหวะสวิง การจับไม้ตีต้องไม่แน่นหรือหลวมเกินไป เพื่อให้ควบคุมทิศทางและความเร็วได้ดี พื้นฐานที่ดีช่วยให้ผู้ตีปรับตัวกับลูกขว้างหลายรูปแบบได้ง่ายขึ้น และลดความผิดพลาดจากการสวิงแบบไร้ทิศทาง Timing จังหวะคือทุกสิ่งของการตีTiming คือหัวใจของการตีลูก ไม่ว่าคุณจะมีพลังมากแค่ไหน หากจังหวะไม่ตรง การตีจะไม่มีประสิทธิภาพเลย Timing หมายถึงการเริ่มสวิงให้สอดคล้องกับความเร็วลูกขว้าง

เทคนิคการขว้างลูก หรือ Pitching คือหัวใจของเกมเบสบอลอย่างแท้จริง

เทคนิคการขว้างลูก หรือ Pitching คือหัวใจของเกมเบสบอลอย่างแท้จริง เพราะทุกจังหวะของเกมเริ่มต้นจากมือของพิชเชอร์ การขว้างลูกที่ดีไม่ได้หมายถึงการขว้างให้เร็วที่สุดเท่านั้น แต่คือการควบคุมจังหวะ หลอกล่อผู้ตี และบริหารเกมทั้งอินนิงให้เป็นไปตามแผน บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกเทคนิคการขว้างลูกพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในเบสบอล ได้แก่ Fastball, Curveball และ Slider ซึ่งถือเป็นสามอาวุธหลักที่พิชเชอร์ทุกระดับต้องเข้าใจและใช้งานให้เป็น Pitching คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ Pitching คือการขว้างลูกจากพิชเชอร์ไปยังโฮมเพลตเพื่อให้ผู้ตีพยายามตี ลูกทุกลูกที่ขว้างออกไปมีผลต่อเกม ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Strike การบังคับให้ผู้ตีตีเสีย หรือการกดดันจนได้ Out พิชเชอร์เปรียบเสมือนผู้ควบคุมจังหวะเกม หากพิชเชอร์คุมเกมได้ดี ทีมจะมีโอกาสชนะสูงมาก แม้เกมรุกจะไม่ได้โดดเด่นก็ตาม นี่คือเหตุผลที่ทีมระดับอาชีพให้ความสำคัญกับ Pitching มากกว่าตำแหน่งอื่นใด พื้นฐานของการขว้างลูกที่ดีก่อนจะพูดถึงประเภทลูกขว้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือพื้นฐานการยืนท่าที่มั่นคงการใช้แรงจากขาและลำตัว ไม่ใช่แค่แขนการปล่อยลูกให้สม่ำเสมอการควบคุมทิศทางและตำแหน่ง พิชเชอร์ที่ดีจะไม่เร่งขว้างทุกลูก แต่จะเลือกจังหวะและตำแหน่งให้เหมาะกับสถานการณ์ การขว้างที่แม่นยำมักสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าความเร็วเพียงอย่างเดียว Fastball รากฐานของทุกการขว้างFastball คือลูกขว้างพื้นฐานและสำคัญที่สุด เป็นลูกที่มีความเร็วสูง เส้นทางค่อนข้างตรง

เทคนิคการเล่นเบสบอล คือหัวใจสำคัญที่แยกระหว่างผู้เล่นทั่วไป

เทคนิคการเล่นเบสบอล คือหัวใจสำคัญที่แยกระหว่างผู้เล่นทั่วไปกับผู้เล่นที่เข้าใจเกมอย่างแท้จริง เบสบอลไม่ใช่กีฬาที่อาศัยพละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเกมของจังหวะ การตัดสินใจ สมาธิ และการอ่านสถานการณ์ ทุกตำแหน่งในสนามล้วนมีเทคนิคเฉพาะตัว และเมื่อผสานกันอย่างถูกต้อง จะเปลี่ยนเกมธรรมดาให้กลายเป็นเกมที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาไปรู้จักเทคนิคการเล่นเบสบอลตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับลึก ทั้งเกมรุก เกมรับ และแนวคิดเชิงกลยุทธ์ ตามแนว Tac vertical เพื่อให้เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และต่อยอดการดูหรือเล่นเบสบอลได้อย่างเต็มที่ พื้นฐานแนวคิดของการเล่นเบสบอลก่อนจะลงรายละเอียดด้านเทคนิค สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าเบสบอลเป็นเกมที่เล่นเป็นทีม เป้าหมายไม่ใช่การโชว์ฟอร์มคนเดียว แต่คือการทำ Run ให้ได้มากกว่าอีกฝ่าย เทคนิคทุกอย่างจึงต้องตอบคำถามเดียวกัน คือช่วยทีมได้อย่างไร ผู้เล่นที่ดีไม่จำเป็นต้องตีโฮมรันทุกครั้ง แต่ต้องรู้ว่าควรเล่นแบบไหนในสถานการณ์นั้น บางครั้งการตีสั้น การเดินฟรี หรือการเสียสละ คือเทคนิคที่มีค่ามากกว่าพลังการตี เทคนิคการตีลูก สำหรับผู้เล่นเกมรุกการตีลูกคือจุดเริ่มต้นของทุกคะแนน เทคนิคการตีที่ดีไม่ได้อยู่ที่แรงอย่างเดียว แต่อยู่ที่จังหวะและการอ่านลูก สิ่งที่ผู้ตีควรฝึกคือการยืนท่าที่สมดุล น้ำหนักตัวไม่เอนไปด้านใดด้านหนึ่งการจับไม้ตีให้แน่นพอดี ไม่เกร็งการจับจังหวะขว้างของพิชเชอร์การเลือกตีเฉพาะลูกที่อยู่ในโซนถนัด ผู้ตีระดับสูงจะไม่พยายามตีทุกลูก แต่จะเลือกตีลูกที่มีโอกาสสร้างประโยชน์สูงสุด เทคนิคนี้เรียกว่า Plate

Designated Hitter หรือ DH คือหนึ่งในกติกา

Designated Hitter หรือ DH คือหนึ่งในกติกาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเบสบอลยุคใหม่ เพราะมันไม่ได้เปลี่ยนแค่ตำแหน่งผู้เล่น แต่เปลี่ยน “แนวคิดเกมรุก” ของทั้งลีกไปโดยสิ้นเชิง จากวันที่พิชเชอร์ต้องขึ้นมาตีเอง สู่ยุคที่มีผู้เชี่ยวชาญการตีโดยเฉพาะ กติกานี้ได้เขย่าโครงสร้างกลยุทธ์ การวางตัวผู้เล่น และประสบการณ์การรับชมของแฟนเบสบอลอย่างลึกซึ้ง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก DH ตั้งแต่ที่มา เหตุผลของการเกิดขึ้น ผลกระทบต่อเกมรุกและเกมรับ ไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงใน MLB ยุคปัจจุบัน เพื่อให้เห็นชัดว่าทำไม DH จึงถูกเรียกว่า “กติกาที่เปลี่ยนเกมรุกโดยสิ้นเชิง” DH คืออะไรในกติกาเบสบอล Designated Hitter คือผู้เล่นที่ทำหน้าที่ตีแทนพิชเชอร์ โดยพิชเชอร์ไม่ต้องขึ้นมาตีลูกเองอีกต่อไป ผู้เล่นตำแหน่ง DH จะไม่มีหน้าที่เกมรับในสนาม มีหน้าที่เดียวคือการตีและสร้างเกมรุกให้ทีม กติกานี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สองเรื่องหลัก คือเพิ่มประสิทธิภาพเกมรุก และลดความเสี่ยงบาดเจ็บของพิชเชอร์ ซึ่งมักไม่ได้รับการฝึกฝนด้านการตีอย่างจริงจัง จุดกำเนิดของ DH และเหตุผลเบื้องหลังDH ถูกนำมาใช้ครั้งแรกใน American